OPPO F9 กล้องดีไหม? ดีกว่า F7 ยังไง? เทียบกับ OPPO ค่าตัว 20,000 กับ 5,000 ต่างกันเยอะไหมนะ

oppo-r9-wallpaper-003

OPPO F9 จู่ๆก็เปิดจองแบบยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 29 สิงหาคม แสดงว่าได้เครื่องหลังจากนั้นสินะ แต่มือถือ F7 ในมือก็สั่นไปหมด แล้วกล้องเป็นยังไงบ้างน้อ เพราะตอน F7 ดี๊ดี แจ่มจริง ถ่ายสนุกมาก พอมา F9 ได้กล้องคู่แถมชาร์จไว VOOC ไปอีก อยากรู้ว่าดีงามแค่ไหน เลยต้องดั้นด้นไปหาจนเจอ ลองแล้วก็ถูกใจจนอยากสอยเลยล่ะค่ะ

ช่วงนี้มีรุ่นมาใหม่หลายตัวทีเดียว ทั้ง A3s ตัวคุ้ม จอใหญ่ กล้องหลังคู่ ค่าตัว 4,990 บาท และ R15 Pro ระดับ Top ของแบรนด์ เปิดตัว 19,990 บาท (ช่วงนี้ลดพิเศษเหลือ 17,990 บาทแล้วจ้า) ยังไม่นับ Find X ที่เป็นระดับ Hi-End สูงสุดๆแล้ว และคำถามยอดนิยม “F7 ต้องเปลี่ยน F9 ไหม”
มาค่ะ… ดิฉันจะช่วยตอบให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

OPPO F9 เป็นเหมือนรุ่นปรับปรุง เสริมขึ้นมาจาก F7 นี่ล่ะค่ะ เกือบทุกอย่างแทบจะเหมือนกัน แต่หน้าจอก็มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น ดูจากภาพได้เลยค่ะ จากอัตราส่วนหน้าจอ 84.75% ในรุ่น F5 ขยายเพิ่มเป็น 88% ใน F7 พอถึง F9 นี่ เยอะถึง 90.8% เชียวนะคะ ขณะที่ขนาดตัวเครื่องพอๆกันหมด นั่นแปลว่า เราไม่ต้องถือเครื่องใหญ่เบ้อเร่อ แต่จอก็กว้างมากขึ้นๆค่ะ ดีออกนะคะ คือเทคโนโลยีใหม่ๆ มันทำให้ไม่ต้องใช้พื้นที่ข้างๆกล้องกับลำโพงแนบหูอีกต่อไป เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่จอแทน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องระบบที่ใหม่ขึ้น กล้องหลังเปลี่ยนเป็นเลนส์คู่ และเพิ่มระบบชาร์จเร็ว VOOC อันเลื่องลือเข้ามานั่นเอง แถมด้วยลวดลายบนฝาหลังอันสวยงามทั้งสามสไตล์

 

 

  

VOOC คืออะไร เป็นระบบชาร์จเร็วที่ OPPO พัฒนาค่ะ เร็วที่สุดในท้องตลาดแล้วกระมัง ใช้ครั้งแรกเมื่อปี 2014 ในรุ่น Find 7 นั่นเอง ซึ่งเคลมว่า ชาร์จ 5 นาที คุยได้ 2 ชั่วโมง และ ชาร์จครึ่งชั่วโมง ได้ถึง 75% เป็นอะไรที่มีประโยชน์ในชีวิตจริงมากๆค่ะ ตื่นเช้ามาแบตใกล้หมด เสียบสายแล้วไปเข้าห้องน้ำ แต่งตัว เรียบร้อยแล้วก็ถอดสายออกไปทำงาน แบตก็เกือบเต็มแล้ว ยุคก่อนๆระบบนี้อยู่ในรุ่นราคาสูงๆเท่านั้นค่ะ คราวนี้เอามาให้รุ่นคุ้มเน้นกล้องหน้าอย่าง F9 กันบ้าง แถมยังราคาประหยัดน่าคบหา เยี่ยมไปเลยค่ะ

กล้องหลังคู่ดียังไง อ๋อ… มีหลายหลักการนะคะ แต่ของรุ่นนี้ กล้องหลักก็ใช้เก็บภาพปกตินั่นล่ะค่ะ ส่วนกล้องรองมีขึ้นเพื่อสร้างความต่างระหว่างสิ่งที่จะถ่ายกับพื้นหลังให้ชัดเจนขึ้น นั่นคือ จะสามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้สวยงามสมจริงมากขึ้นนั่นเอง ในขณะที่ F7 ใช้กล้องหลัง 1 ตัว ต้องใช้ระบบซอฟท์แวร์อย่างเดียวเพื่อคำนวณการเบลอ

แล้วกล้องหน้า – หลัง พอเอามาถ่ายคนเทียบกันจะเป็นยังไงบ้าง ทาง OPPO Club Thailand จึงจัดทำแนวทางไว้ให้ตัดสินใจค่ะ ถูกใจแบบไหน สมมุติมีงบแปดพัน ต้องเพิ่มงบเพื่อกล้องที่ดีกว่าหรือไม่ หรือพอใจแล้วกับราคาประหยัดๆ ซื้อห้าพันก็เหลือเฟือ ลองดูรูปกันที่นี่ แล้วตัดสินใจเลือกได้เลยค่ะ

สำหรับการเปรียบเทียบ ดิฉันจะใช้กล้องแบบอัตโนมัติ ไม่ตั้งค่าใดๆและเปิดโหมดเบลอหลัง ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยค่ะ พร้อมกับใช้โหมด Ai Beauty แบบอัตโนมัติเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็นลักษณะการใช้งานที่เราๆเลือกใช้กันในชีวิตจริงมากที่สุดค่ะ

R15 Pro / F9 / F7 / A3s ใช้กล้องหน้าและกล้องหลัง เรียงลำดับภาพดังนี้นะคะ

R15 Pro กล้องหน้า / กล้องหลังโหมดบุคคล เลือกได้แบบ ใกล้ และ ไกล
เป็นรุ่น TOP ของแบรนด์ กล้องยังคงลักษณะของซีรีส์ R ค่ะ ซึ่งจะให้ภาพนวลตา ไม่จัดจ้านในแบบของซีรีส์ F หน้าเนียนและละมุนมาก เก็บรายละเอียดในใบหน้าครบถ้วน แม้จะเอาแหล่งกำเนิดแสงมาวางด้านหน้า แสงก็ไม่ฟุ้งค่ะ กล้องหลังละลายได้สวยมากอีกด้วยล่ะค่ะ

F9 ภาพถ่ายจากกล้องหน้า และ หล้องหลังคู่ ตามลำดับค่ะ
รุ่นใหม่ของพวกเรา กล้องหน้าจะปรับให้มีมิติมากขึ้นกว่าของ F7 เล็กน้อยนะคะ สไตล์ภาพของ F จะออกแนวคมๆ เข้มๆ ไม่หวานเหมือน R สำหรับ F9 ลดโทนเหลืองและความสว่างลงกว่าเดิม ผลที่ได้ก็สวยงามดีค่ะ ส่วนกล้องหลัง ละลายได้เด็ดกว่าเคย ถูกใจมาก ราคานี้ยังได้ชาร์จเร็ว VOOC อีก สุดจริงๆค่ะ

อ้อ… เกือบลืม
ถ่ายวีึดีโอแบบสโลโมชั่นได้ด้วยนะคะ

F7 กล้องหลังตัวเดียว เบลอด้วย AI นะคะ เนียนใช้ได้ทีเดียว ส่วนกล้องหน้าก็ถูกพัฒนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน F9 ลองเทียบกับภาพคู่บนได้เลยค่ะ

มาถึงรุ่นน้องเล็ก ดิฉันแถมให้ค่ะ ภาพเรียงจากกล้องหน้า / กล้องหลัง / กล้องหลังโหมดบุคคล ตามลำดับ
A3s ตัวนี้มีกล้องคู่หลัง 4990 บาทเท่านั้น สามารถใช้โหมดบุคคลกับกล้องหลังได้ ส่วนกล้องหน้าในราคานี้ ถือว่าเริ่ดค่ะ ภาพที่เห็นตามลำดับก็คือ กล้องหน้า, กล้องหลังปกติ, และกล้องหลังโหมดบุคคล ภาพจะระยะใกล้เข้าไปอีกแบบนี้นะคะ คนถ่ายยืนที่เดิม โหมดนี้ถ้าจะใส่บิวตี้ต้องเติมทีหลังนะคะ บอกไว้ก่อนกันงง อิอิอิ

 

ลองเอา R15 Pro, F9, F7, และ A3s มาถ่ายย้อนแสงกับดวงไฟในห้อง ตามลำดับ ภาพก็ออกมาใกล้เคียงกันค่ะ กินกันไม่ลง ส่วน A3s ก็จะฟุ้งกว่ารุ่นพี่ๆหน่อยนึง แต่ก็ยังสวย คุ้มราคา แถมทุกรุ่นระบบคำนวณใบหน้าให้ออกมาไม่มืด เก็บรายละเอียดบนหน้าได้ดีทั้งสี่รุ่น ดวงไฟเบลอสวยทีเดียวค่ะ

 

สรุปได้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระดับราคานะคะ สูงกว่าก็ให้ได้มากกว่า R15 Pro ครบเครื่องทั้งกล้องหน้าและหลัง ระบบคำนวณภาพฉลาดมาก ทำการเบลอได้ดี ขณะที่กล้องหน้าของ F9 และ F7 ก็สมคำร่ำลือค่ะ เทียบชั้นกับ R15 Pro ได้เลย แม้ความสามารถของกล้องหลังยังครบเครื่องไม่เท่า และโทนภาพจะคนละแนวกับ R แต่ก็ประหยัดไปได้มากโขทีเดียว การถ่ายเซลฟี่และการถ่ายในชีวิตประจำวันด้วยกล้องหลัง ทั้ง F7 และ F9 ตอบโจทย์มากค่ะ และยังเป็นซีรีส์เดียวที่เลือกใช้ Vivid Mode หรือโหมดสีสดได้ ระบบ AI ของทั้งสองตัวสามารถประมวลผลได้ใกล้เคียงกัน ให้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งสองตัวค่ะ

หากถามว่า F7 และ F9 ต่างกันมากไหม เรื่องภาพถ่ายอย่างเดียวคือไม่มากค่ะ เนื่องด้วยว่า กล้องหน้า F7 ทำมาดีมากอยู่แล้ว F9 ก็จะต่างเพียงแค่โทนสีที่เข้มขึ้น ลดความฟุ้งของแสงลง ลดโทนเหลืองอีกนิดหน่อย ส่วนกล้องหลัง F9 สร้างการเบลอได้มากกว่าและสวยงามสมจริงขึ้นค่ะ จำเป็นไหมที่ต้องเปลี่ยน? ก็ต้องบอกว่า หากต้องการดีไซน์ที่สวยงาม ซอฟท์แวร์ที่สดใหม่กว่า และระบบชาร์จเร็ว  VOOC ก็ต้องลงทุนกันหน่อยค่ะ มันคุ้มมาก แต่หากเลือกจากกล้องอย่างเดียว ดิฉันว่า ไม่ได้ต่างมากขนาดเป็นนัยสำคัญนะคะ แล้วแต่ความชอบอีกนั่นแหละค่ะ

ส่วน A3s กล้องหลังอยู่ในระดับสวยงามโอเค แต่กล้องหน้านี่สิเกินคาดมาก ต้องไปลองเองถึงที่ร้านค่ะ มันดีกว่าระดับราคาห้าพันที่เคยออกมาหลายๆรุ่นเลยทีเดียว แบ๊วมากเว่อร์ กล้องหน้าก็ดี แบตเตอรี่ก็เยอะมาก จอใหญ่ ราคาประหยัด หากเน้นโซเชี่ยลหรือดูหนัง มันใช่มากๆเลยค่ะ

เปิดจองตั้งแต่วันที่ 11 – 29 สิงหาคม แล้วนะคะ สามารถจองกับทางเรา OPPO Club Thailand ได้เช่นกัน
ของแถมตามนี้ มีประกันจอแตกด้วยนะคะ

Comments

comments

About admin